บทที่ 3
บทที่ 3 ปรากฏการณ์ทางธรณีวิทยา
สาเหตุและกลไกในการเกิด
- การเคลื่อนที่ของแผ่นเปลือกโลกตามแนวระหว่างรอยต่อของแผ่นธรณีภาค ทำให้เกิดแรงกระทำต่อชั้นหินเพื่อทำให้ชั้นหินแตกหัก เมื่อแรงมีขนาดมากจนทำให้แผ่นหินแตกหัก จะเกิดการถ่ายโอนพลังงานนั้นไปยังชั้นหินที่อยู่ติดกัน
- เรียกจุดกำเนิดการสั่นสะเทือนว่า ศูนย์เกิดแผ่นดินไหว (focus)
- ตำแหน่งบนผิวโลกที่อยู่เหนือศูนย์เกิดแผ่นดินไหวเรียกว่า จุดเหนือศูนย์เกิดแผ่นดินไหว ( epicenter )
- คลื่นในตัวกลาง
- คลื่นพื้นผิว แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ
- คลื่นเลิฟ ( L wave ) เป็นคลื่นที่ทำให้อนุภาคของตัวกลางสั่นในแนวราบ โดยมีทิศทางตั้งฉากกับการเคลื่อนที่ของคลื่น
- คลื่นเรย์ลี ( R wave ) เป็นคลื่นที่ทำให้อนุภาคตัวกลางสั่น ม้วนตัวขึ้นลงเป็นรูปวงรีในแนวดิ่ง โดยมีทิศทางเดียวกับการเคลื่อนที่ของคลื่น
- หน่วยวัดความรุนแรงของแผ่นดินไหว คือ ริกเตอร์ ( richter )
- น้อยกว่า 2.0 ริกเตอร์ เป็นแผ่นดินไหวขนาดเล็ก
- 6.0 ริกเตอร์ขึ้นไป จัดเป็นแผ่นดินไหวรุนแรง
การระเบิดของภูเขาไฟ เกิดจากหินหนืดที่อยู่ใต้เปลือกโลกถูกแรงดันอัดให้แทรกรอยแตกขึ้นสู่ผิวโลกโดยมีแรงปะทุหรือแรงระเบิดเกิดขึ้น สิ่งที่พุ่งออกมาจากภูเขาไฟเมื่อภูเขาไฟระเบิด คือ หินหนืด ไอน้ำ ฝุ่นละออง เศษหินและแก๊สต่างๆ
หินภูเขาไฟ
- ความพรุนของหินขึ้นอยู่กับอัตราการเย็นตัวของลาวา
หินอัคนีแบ่งได้เป็น 2 ลักษณะ คือ
- เย็นตัวใต้พื้นโลก → เย็นตัวช้า → เนื้อหยาบ ( หินอัคนีแทรกซอน )
- เย็นตัวบนผิวโลก → เย็นตัวเร็ว → เนื้อละเอียด ( หินอัคนีพุ )
หินบะซอลต์
- เป็นหินที่เกิดจากการเย็นตัวของลาวาที่ผิวโลก
- ถ้ามีปริมาณของ Si จะเป็น หินแอนดีไซด์
หินพัมมิซ
- เป็นหินที่เกิดจากการเย็นตัวอย่างรวดเร็วของลาวา ทำให้มีความพรุนสูง บางชิ้นลอยน้ำได้
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น